พระยาเฉลิมอากาศ (สุนี สุวรรณประทีป)

 

 

พระยาเฉลิมอากาศ (สุนี สุวรรณประทีป)

พระยาเฉลิมอากาศ (สุณี สุวรรณประทีป) บุพการีทหารอากาศ
จากบ้านเรือนแพ อ.ศรีประจันต์ บุตรคนที่หนึ่งของ หลวงอนุกูลราชกิจ (ทอง สุวรรณประทีป) นางอนุกูลราชกิจ (หรุ่น สุวรรณประทีป) บิดามารดาส่งเข้าไปเป็นลูกศิษย์วัด เพื่อเรียนหนังสือกับพระ เข้ามาศึกษาต่อที่โรงเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส (วัดสามปลื้ม) โรงเรียนมหาพฤฒาราม เริ่มเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนสวนกุหลาบ และโรงเรียนนายร้อยทหารบก รับราชการเป็นนายร้อยตรี จนได้รับแต่งตั้งเป็น นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ ดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพันพิเศษ กองพลที่ 5 ก่อนได้รับการคัดเลือกให้ไปเรียนวิชาการบินในประเทศฝรั่งเศส เข้าฝึกอบรมที่โรงเรียนการบิน วิลลาคูเบลย์ นับเป็นคนไทยคนแรกที่เข้าศึกษาวิชาการบิน สำเร็จวิชาการบินตามหลักสูตรสโมสรการบินของฝรั่งเศส ได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนการบินชั้นสูงของกองทัพบกฝรั่งเศส เป็นผู้บังคับการท่านแรกของ กองบินทหารบก กระทรวงกลาโหม ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันมีศักดิ์ รามาธิบดีชั้นที่ 3 ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เป็นเจ้ากรมอากาศยานทหารบก ท่านแรก 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2493 ได้รับพระราชทานยศเป็น พลอากาศโท
 

พลอากาศโทพระยาเฉลิมอากาศ (สุนี สุวรรณประทีป)
เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๐ ที่ตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรคนที่หนึ่งของ หลวงอนุกูลราชกิจ(ทอง สุวรรณประทีป) นางอนุกูลราชกิจ (หรุ่น สุวรรณประทีป) บ้านเกิดของพระยาเฉลิมอากาศเป็น เรือนแพ เมื่อเริ่มก่อตั้งที่ว่าการอำเภอศรีประจันต์ใหม่ๆ อาศัยเรือนแพของหลวงอนุกูลราชกิจเป็นที่ทำการ การศึกษาสมัยนั้นไม่เจริญ ในชั้นต้นบิดามารดาส่งเข้าไปเป็นลูกศิษย์วัด เพื่อเรียนหนังสือกับพระ ต่อมาจึงส่งไปศึกษาที่กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๘ ศึกษาที่โรงเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส (วัดสามปลื้ม) โรงเรียนมหาพฤฒาราม เริ่มเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนสวนกุหลาบ และพ.ศ.๒๔๔๖ เรียนโรงเรียนนายร้อยทหารบก เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๖ - ๒๔๔๘ และรับราชการเป็นนายร้อยตรี
จนได้รับแต่งตั้งเป็น นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ ดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพันพิเศษ กองพลที่ ๕ ก่อนได้รับการคัดเลือกให้ไปเรียนวิชาการบินในประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๔ ได้รับยศ “นายพันตรี” และได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็น “นายพันโท” เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ ขณะเข้ารับการศึกษาวิชาการบิน

นายพันโท หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ เข้าฝึกอบรมที่โรงเรียนการบิน วิลลาคูเบลย์ นับเป็นคนไทยคนแรกที่เข้าศึกษาวิชาการบิน โดยเริ่มฝึกบินเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๕ โดยฝึกกับเครื่องบินแบบเบรเกต์ ปีกสองชั้น จนสำเร็จวิชาการบินตามหลักสูตรสโมสรการบินของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๕ ได้บัตรนักบินหมายเลข ๑๐๙๐ จากนั้น ได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนการบินชั้นสูงของกองทัพบกฝรั่งเศส นายพันโท หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ สอบการบินรูปทรงสามเหลี่ยมในระยะทาง ๓๐๐ กิโลเมตร และการบินเพดานบินสูงในคราวเดียวกัน เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๖ แต่ขณะทำการบินเครื่องยนต์เกิดขัดข้องเนื่องจากก้านสูบขาด จำต้องลงโดยความจำเป็น และเมื่อแก้ไขแล้วจึงได้วิ่งขึ้นไปใหม่ แต่ยังไม่ทันได้ระยะสูงก็ต้องเลี้ยวหลบยอดไม้ เครื่องเสียการทรงตัวจึงแฉลบตกลงมาชำรุด นายพันโท หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ ปลอดภัย การสอบจึงเลื่อนออกไปและก็สามารถเข้าสอบได้รับประกาศนียบัตรนักบินรบซึ่งเป็นชั้นสูงสุด เมื่อพฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๖
ภายหลังการศึกษาและกลับถึงประเทศไทยในวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๖ ได้เข้ารับราชการใน กรมจเรทหารช่างโดยรับผิดชอบด้านการบิน ณ สนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร)

พ.ศ.๒๔๕๗ กระทรวงกลาโหมจัดตั้งกองบินทหารบก มี นายพันโทพระเฉลิมอากาศเป็นผู้บังคับการ ท่านแรก
วันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ ประเทศไทยประกาศเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ ๑ ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้บังคับการกองทหารอาสานำกำลังพล ๑,๒๕๐ นาย ตามคำสั่งวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๑ เดินทางไปราชการสงคราม ในยุโรป ที่ประเทศฝรั่งเศส จนสิ้นสงครามด้วยชัยชนะร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันมีศักดิ์ รามาธิบดีชั้นที่ ๓ กลับถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๒ และได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา
๑๙ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๑ เป็นเจ้ากรมอากาศยานทหารบก ท่านแรก
๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๓ ได้รับพระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาเฉลิมอากาศ
๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๕ ลาออกจากราชการเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
๑๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๗๖ กลับเข้าทำหน้าที่ ผู้กำกับการบินพลเรือน เป็นนายทหารนอกราชการ พ.ศ. ๒๔๘๑ จวบจนกระทั่งวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๘๖ จึงลาออกจากราชการ เพื่อรับบำนาญ
๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๓ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลอากาศโท

ที่มาข้อมูล


กองทัพอากาศไทย (อักษรย่อ: ทอ.,อังกฤษ: Royal Thai Air Force : RTAF) เกิดขึ้นภายหลังจากการจัดตั้งกองทัพอากาศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นกองทัพอากาศหน่วยแรกของโลกเพียง 4 ปีเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นกองทัพอากาศที่ก่อตั้งเป็นลำดับแรกๆ ของเอเชีย และมีวีรกรรมครั้งสำคัญเกิดขึ้นมากมายในช่วงกรณีพิพาทไทย-อินโดจีนฝรั่งเศส ปัจจุบันมีกองบัญชาการอยู่ที่เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร และภายในปี พ.ศ. 2554 หลังจากได้รับมอบฝูงบิน Gripen กับเครื่องบินเตือนภัยทางอากาศจากบริษัท Saab และการปรับปรุงครึ่งชีวิตให้กับฝูงบิน F-16-A/B ให้มีมาตรฐานเทียบเท่ากับรุ่น C/D กองทัพอากาศไทยจะมีอิทธิพลทางอากาศมากเป็นอันดับที่สองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากสิงคโปร์ในแง่ของขีดความสามารถและความทันสมัยของอากาศยาน

แนวความคิดที่ให้มีเครื่องบินใช้ในราชการ ได้เริ่มขึ้นในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เมื่อชาวเบลเยี่ยมชื่อ Van Den Born ได้นำเครื่องบินแบบออร์วิลไรท์มาแสดงการบินในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ณ สนามม้าสระปทุม เพื่อเป็นการแสดงการบินสู่สายตาประชาชนชาวไทยในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2453 (ค.ศ. 1911) จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ขณะนั้นทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบกทรงเห็นความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องจัดหาอากาศยานไว้ป้องกันประเทศ จึงทรงดำริจัดตั้งกิจการการบินขึ้นเป็นแผนกหนึ่งของกองทัพบก อยู่ที่สนามราชกรีฑาสโมสร (สนามม้าสระปทุม) อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายพลโท พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมขุนกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน จเรทหารช่าง และส่งนายทหารไปเรียนวิชาการบินที่ประเทศฝรั่งเศส จำนวน 3 นายประกอบด้วย



นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ (สุณี สุวรรณประทีป) ต่อมาเป็น พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ
นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร (หลง สินศุข) ต่อมาเป็น นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์
นายร้อยโท ทิพย์ เกตุทัต ต่อมาเป็น นาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต
ทั้งสามท่านได้เข้าเรียนที่บริษัทนีเออร์ปอร์ต (Nieuport Company) ในเดือนมกราคมปี พ.ศ. 2454

หลังจากท่านทั้งสามสำเร็จวิชาการบิน ก็ได้ซื้อเครื่องบิน 2 แบบ 8 ลำ คือ Nieuport และ Breguet แบบละ 4 ลำ โดยระยะแรกได้ใช้สนามม้าสระปทุมเป็นสนามบิน แต่ด้วยปัญหาบางประการทำให้สนามม้าสระปทุมไม่สามารถรองรับกิจการการบินที่เติบโตขึ้นได้ จอมพลสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ทรงย้ายที่ตั้งแผนกการบิน มาที่ตำบลดอนเมืองตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2457 และทรงยกฐานะแผนกการบิน เป็น"กองบินทหารบก" ในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2457 ต่อมากระทรวงกลาโหมได้ยึดถือวันนี้เป็น "วันที่ระลึกกองทัพอากาศ"

หลังจากนั้นกิจการการบินได้เติบโตเรื่อยมา โดยกองบินทหารบกได้เข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 กับฝ่ายสัมพันธมิตร กองบินทหารบกจึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "กรมอากาศยานทหารบก" หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2464 ด้วยการเติบโตของกำลังทางอากาศ จึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "กรมทหารอากาศ" และวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2480 จึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "กองทัพอากาศ" มียศและเครื่องแต่งกายเป็นของตนเอง โดยนาวาอากาศเอก พระเวชยันต์รังสฤษฎ์ เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศคนแรก จึงถือเอาวันนี้เป็น "วันกองทัพอากาศ" และยกย่องถวายพระเกียรติจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ว่าเป็น "พระบิดาแห่งกองทัพอากาศไทย" และยกย่องนายทหาร 3 ท่าน ที่ไปเรียนวิชาการบินรุ่นแรกว่าเป็น "บุพการีทหารอากาศ"

พระยาเฉลิมอากาศ (สุณี สุวรรณประทีป)

 

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดสุพรรณบุรี

ร้านอาหาร ของกิน จังหวัดสุพรรณบุรี

รีสอร์ท โรงแรม ที่พัก จังหวัดสุพรรณบุรี

ที่มาข้อมูล: http://www.thaiarmedforce.com/taf-special/497-tafspecial63.html

Link ที่น่าสนใจ

พิพิธภัณฑ์การบินพระยาเฉลิมอากาศ

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดสุพรรณบุรี ร้านอาหาร ของกิน จังหวัดสุพรรณบุรี รีสอร์ท โรงแรม ที่พัก จังหวัดสุพรรณบุรี home suphanbiz

 

Last modified: 05/08/20

จังหวัดสุพรรณบุรี Suphanburi | สถานที่ท่องเที่ยว | ที่พัก-รีสอร์ท | ร้านอาหาร แผนที่ | การเดินทาง | Other